พระคาถาชินบัญชร

ชะยา สะนา กะตา พุทธา

เชตวา มารัง สะวา หะนัง

จะตุ สัจจา สะภัง ระสัง

เย ปิวิงสุ นะรา สะภา

[แปล] พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์

ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว

เสวยอมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ

เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

ตัณหังกะราทะโย พุทธา

อัฏฐะวีสะติ นา ยะกา

สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง

มัตถะเก เต มุนิส สะรา

[แปล] มี ๒๘ พระองค์ คือ พระผู้ทรงนามว่า ตันหังกร เป็นอาทิ พระพุทธเจ้าจอมมุนีทั้งหมดนั้น

สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง

พุทโธ ธัมโม ทะวิโล จะเน

สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง

อุเร สัพพะคุณา กะโร

[แปล] ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศรีษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

หะทะเย เม อะนุรุทโธ

สารีปุตโต จะ ทักขิเณ

โกณฑัญโญ ปิฏฐิภา คัส๎มิง

โมคคัลลาโน จะ วามะเก

[แปล] พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลัง

ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง

อาสุง อานันทะราหุลา

กัสสะโป จะมะหานาโม

อุภาสุง วามะโส ตะเก

[แปล] พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

เกสะโต ปิฏฐิภา คัสมิง

สุริโย วะ ปะภัง กะโร

นิสินโน สิริสัมปันโน

โสภีโต มุนิปุงคะโว

[แปล] มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

กุมาระกัสสะโป เถโร

มะเหสี จิตตะวา ทะโก

โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง

ปะติฏฐาสิ คุณา กะโร

[แปล] พระเถระกุมาระกัสสปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากประจำ

ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ

อุปาลี นันทะสี วะลี

เถรา ปัญจะอิเม ชาตา

นะลาเต ติละกา มะมะ

[แปล] พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี พระเถระทั้ง 5 นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

เสสา สีติ มะหาเถรา

วิชิตา ชินะสา วะกา

เอตาสีติ มะหาเถรา

ชิตะวันโต ชิโน ระสา

ชะลันตา สีละเต เชนะ

อังคะมังเค สุสัณ ฐิตา

[แปล] ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วนรุ่งโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

ระตะนัง ปุระโต อาสิ

ทักขิเณ เมตตะสุต ตะกัง

ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ

วาเม อังคุลิมา ละกัง

[แปล] พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคสูตรอยู่เบื้องหลัง

ขันธะโม ระปะริตัญ จะ

อาฏานาฏิยะสุต ตะกัง

อากาเส ฉะทะนัง อาสิ

เสสา ปาการะ สัณฐิตา

[แปล] พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

ชินาณา วะระสัง ยุตตา

สัตตัปปาการะลัง กะตา

วาตะปิตตาทิสัญ ชาตา

พาหิรัช ฌัตตุปัท ทะวา

[แปล] อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง

คือ สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

อะเสสา วินะยัง ยันตุ

อะนันตะ ชินะเต ชะสา

วะสะโต เม สะกิจเจ นะ

สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

[แปล] ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐาน จงกำจัดให้พินาศอย่าให้เหลือ

ชินะ ปัญชะระ มัชฌัมหิ

วิหะรันตัง มะฮี ตะเล

สะทา ปาเลนตุมัง สัพเพ

เต มะหาปุริสา สะภา

[แปล] ขอพระมหาบุรุษ ผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า

ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดี ฉะนี้แล

อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข

ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว

ธัมมานุภาเวนะ ชิตา ริสังโฆ

สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะ ราโย

สัทธัมมานุภาวะ ปาลิโต

จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ

[แปล] ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม

จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า

ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์

ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดร์เทอญ